ปฏิวัติชีวิตเซ็กซ์ชาวมังกรผ่านโลกไซเบอร์

โอเคครับ.com September 30, 2011 0


ปฏิวัติชีวิตเซ็กซ์ชาวมังกรผ่านโลกไซเบอร์

‘มู่จื่อเหม่ย’ ที่โด่งดังกระฉ่อนโลกด้วยไดอารี่ออนไลน์ของเธอ เปิดเผยประสบการณ์บนเตียงอย่างไม่อายใคร เมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มแผ่อาณาเขตเข้าสู่ประเทศจีนเมื่อปี 1995 ขณะนั้น ทางการแผ่นดินใหญ่อาจยังคาดไม่ถึงว่าอีก 10 ปีให้หลัง ชาวจีนนับล้านจะพุ่งเข้าหาโลกไซเบอร์เพื่อเข้าเว็บไซต์ที่พวกเขาจะสามารถฟังผู้หญิงวัย 27 คนหนึ่งกำลังมีเซ็กซ์กับคู่รักบนไดอารี่ออนไลน์ แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ เมื่อมู่จื้อเหม่ย สาวสุดฮอตบนโลกไซเบอร์จีนนำเอาฉาก ‘การเผชิญหน้า’ระหว่างเธอกับคู่รักคนล่าสุดความยาว 25 นาทีมาเผยแพร่ในไดอารี่ของเธอ ซึ่งอดีตคอลัมนิสต์ด้านเซ็กซ์ของนิตยสารฉบับหนึ่งคนนี้เองที่เริ่มเผยแพร่ผลงานประเภท ‘สัมพันธ์รักชั่วข้ามคืน’ ในบล็อก (ไดอารี่ออนไลน์) เมื่อปี 2003 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติเรื่องบนเตียงในแผ่นดินใหญ่ทีเดียว เพราะแม้ชาวแผ่นดินใหญ่จะได้ชื่อว่าไม่มีอิสรภาพทางการเมือง แต่สำหรับในห้องนอนแล้วยังเป็นสถานที่ที่รัฐบาลเข้าไปควบคุมไม่ถึง ซึ่งก็คงต้องยกผลประโยชน์ให้กับเหล่าวัยรุ่น ที่ทุกวันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับเซ็กซ์ที่ก้าวล้ำนำหน้าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ไปแล้ว จากการสำรวจของศาสตราจารย์หลี่อิ๋นเหอ จากบัณฑิตยสภาด้านสังคมศาสตร์ และเป็นนักเพศศาสตร์หญิงคนเดียวของจีนเปิดเผยว่า 70% ของชาวปักกิ่งมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงาน

ในขณะที่สัดส่วนดังกล่าวในปี 1989 นั้น อยู่ที่ 15.5% เท่านั้น และตามเมืองหลักๆ อายุเฉลี่ยของการมีสัมพันธ์ครั้งแรกของกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุ 14-20 ปีนั้นอยู่ที่ 17 ส่วนกลุ่มอายุ 21-40 นั้น คือ 24 วัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ปรากฏการณ์ใหม่นี้สะท้อนให้เห็นว่าความยึดมั่นรักเดียวนั้นอยู่ได้ไม่นาน ดังที่ผลสำรวจในเดือนมีนาคมปีนี้ได้ผลออกมาว่า 30% ของคนหนุ่มสาวในเขตเมืองเชื่อว่า ควรใจกว้างต่อการนอกใจหลังแต่งงาน พร้อมกันนี้ ศาสตราจารย์หลี่ ผู้ใช้เวลา 10 ปีวิจัยเกี่ยวกับชีวิตเซ็กซ์ของชาวจีน ได้ให้ทัศนะว่า พฤติกรรมเรื่องเซ็กซ์ของชาวจีนจะสามารถไล่ตามทันชาติตะวันตกได้ภายใน 20 ปี แต่ทว่า หนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนท์ สื่ออังกฤษเสนอว่า หากวัดจากคนกว่า 50,000 ที่หลั่งไหลไปเยี่ยมชมงานเซ็กซ์และวัฒนธรรมที่เพิ่งจัดไปที่เมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงเมื่อเดือนที่แล้ว ประกอบกับ 70% ของเซ็กซ์ทอยที่กระจายอยู่ทั่วโลกก็ผลิตขึ้นที่กว่างตง ก็ประเมินสถานการณ์ได้ว่าคงไม่ต้องใช้เวลานานถึง 20 ปี และสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ช่างห่างไกลจากช่วงที่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติวัฒนธรรม (ค.ศ 1966-1976) ซึ่งในยุคนั้นเซ็กซ์เป็นเรื่องต้องห้าม เป็นความเสื่อมเสีย และเป็นต้นเหตุให้ผู้หญิงต้องเลิกใส่กระโปรง

รวมถึงทางการในยุคนั้นก็เข้ามาสอดส่องชีวิตประจำวันเสียทุกเรื่อง แม้แต่เวลาว่างของพวกเขา คาดการณ์ว่าภายใน 20 ปีนี้ ชีวิตเซ็กซ์ของชาวจีนจะไล่กวดชาติตะวันตกได้แน่ๆ “ ชาวจีนเคยชินกับการที่ทางการเข้ามาสอดแนมทุกเรื่องราวในชีวิต” ศาสตราจารย์หลี่บอก “พวกเขาจะถูกไล่ออกจากงานหากนอกใจคู่สมรส และถูกลงโทษเมื่ออยู่กับคู่รัก” อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักสังคมศาสตร์หลายคนเชื่อว่าเป็นจุดประกายการปล่อยตัวปล่อยใจเรื่องเซ็กซ์ คือนโยบายที่กำหนดให้ชาวจีนมีลูกได้เพียงคนเดียว ดังที่ศาสตราจารย์พานสุ่ยหมิง จากมหาวิทยาลัยเหรินหมินระบุว่า “นโยบายลูกคนเดียวทำลายความศรัทธาในแนวคิดขงจื้อที่กล่าวว่าเพศสัมพันธ์นั้นมีเป้าหมายเพียงเพื่อการสืบพันธุ์จนแหลกละเอียด” และก็เป็นอินเทอร์เน็ตนี่เองที่กระตุ้นให้เกิดปฏิวัติทางเซ็กซ์ขึ้นในจีน เมื่อชาวเน็ตกว่า 100 ล้านที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องราวทางเพศ หนุ่มสาวต่างพากันหันหน้าเข้าหาอินเทอร์เน็ตเมื่อต้องการหาข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวกับเซ็กซ์ อันรวมถึงภาพโป๊ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งผิดกฎหมายสำหรับจีน นอกจากนั้น พวกเขายังใช้อินเทอร์เน็ตในการจับคู่ ผลการสำรวจหลายชิ้นบ่งชี้ว่า 30% ของความสัมพันธ์ข้ามคืน (one night stand) เกิดขึ้นจากการนัดหมายบนอินเทอร์เน็ต ไม่น่าประหลาดใจที่อิสรภาพทางเพศสัมพันธ์ที่ได้มาใหม่นี้ย่อมมีด้านมืด จำนวนผู้หญิงโสดที่ไปทำแท้งมีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดังที่ 65% ของหญิงที่ตั้งครรภ์ในปี 2004 เป็นหญิงโสด ซึ่งเมื่อปี 1999 ตัวเลขนี้อยู่ที่ระดับ 25% เท่านั้น นอกจากนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มคนวัย 15-24 ปี พร้อมไปกับคู่สมรส 1.6 ล้านคู่ที่ลงเอยด้วยการหย่าร้างในปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นจากปี 2003 ถึง 21% ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ยังดูไม่ออกว่าจะสิ้นสุดลงได้เมื่อไหร่

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดิอินดิเพนเดนท์

น้ำหอมเพิ่มเสน่ห์

Leave A Response »

*
= 3 + 9